| พิธีกรรมขี้นบ้านใหม่อีสาน พิธีกรรมขี้นบ้านใหม่อีสาน ตามั่นคำทอง ค้ำคูณเฮือนใหม่ไทอีสาน (พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่) ตามั่นคำทอง เป็นความเชื่อและพิธีกรรมการขึ้นบ้านใหม่ของชาวไทยอีสาน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านใหม่อยู่เย็นเป็นสุขและมีความเจริญรุ่งเรือง โดยสมมุติให้ตามั่นผู้มาจากเมืองที่มีความมั่งคั่งสมบูรณ์มาค้ำคูณให้เป็นสิริมงคลในวันที่มีฤกษ์งามยามดี อุดมสมบูรณ์พร้อมทั้งข้าวปลาอาหารคาวหวาน ข้าทาสและบริวาร เปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านมาร่วมแสดงความยินดีอำนวยอวยพรให้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กันและกัน ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในชุมชน การสร้างบ้านปลูกเรือนของชาวไทยอีสานในสมัยก่อนนั้นจะออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในการดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ปัจจุบันมีความแตกต่างไปมากตามวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ชาวอีสานส่วนใหญ่ก็ยังมีความเชื่อและพิธีกรรมในการสร้างบ้านปลูกเรือนอยู่ เช่น การดูฤกษ์ยามและพิธีกรรมในการปลูกบ้าน การขึ้นบ้านใหม่ กล่าวคือยังให้ความสำคัญและยึดถือวิถีปฏิบัติตามแบบประเพณีโบราณไว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เมื่อสร้างบ้านปลูกเรือนเสร็จแล้ว พิธีกรรมที่สำคัญก่อนจะเข้าอยู่อาศัยในบ้านนั้น คือ พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่ หรือ พิธีขึ้นเฮือนใหม่ ซึ่งชาวอีสานจะนิยมทำพิธีกรรมให้ตามั่นคำทองเป็นผู้มาค้ำคูณบ้านหลังใหม่ให้ (“ค้ำคูณ” ในภาษาอีสาน หมายถึง ดี, เป็นมงคล, ศิริมงคล, เจริญก้าวหน้า) สิ่งของในพิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่แบบชาวอีสาน ก่อนเริ่มงานเจ้าบ้านจะต้องเตรียมสิ่งต่าง ๆ เพื่อใช้ในพิธีกรรม ได้แก่ เครื่องเรือน เครื่องครัว และเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม แห จาน ชาม หม้อ ข้าวสาร เกลือ น้ำปลา ปลาร้า พริก หอม กระเทียม กล้วย อ้อย มะละกอ สมุด หนังสือ เป็นต้น ใบตองกล้วย ก้อนหิน หม้อน้ำ กุบเกิ้ง(หมวก) ถง(ถุง)หรือย่าม สิ่ว ค้อน เขา(เขาวัว เขาควาย) นอ(นอแรด-ถ้ามี) งา(งาช้าง-ถ้ามี) แก้วแหวน เงินทอง หรือสิ่งต่าง ๆ ที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งของที่จะมอบให้เจ้าของบ้าน หรือที่เรียกว่าของจะมาค้ำคูณบ้านให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีความอุดมสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน ขั้นตอนในพิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่แบบอีสาน เมื่อถึงวันพิธีตามที่กำหนด เครื่องครัวเรือนทั้งหลายให้จัดนำไปวางไว้บนเรือนให้เรียบร้อยก่อนเริ่มพิธี นำใบตองกล้วยวางไว้หน้าบันได และเอาก้อนหินทับไว้ พร้อมทั้งขันน้ำหอม (น้ำผสมกับว่านที่ให้ความหอม ส่วนใหญ่จะใช้เปราะหอม หรือว่านหอม หรือว่านเสน่ห์จันทร์ นำมาหั่นบาง ๆ ผสมลงไปในน้ำ ทำให้เกิดกลิ่นหอม) ผู้ที่ถูกเชิญมาร่วมพิธีจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 2 ฝ่ายเจ้าของบ้าน เมื่อได้เวลาตามฤกษ์ทุกฝ่ายพร้อมแล้ว กลุ่มที่ 1 จะให้ตามั่นคำทองสวมหมวก (กุบเกิ้ง) สะพายถุง ซึ่งในถุงจะมีสิ่ว ค้อน และของมงคลสำหรับค้ำคูน ได้แก่ เขา นอ งา คนในกลุ่มจะตั้งแถวเดินตามตามั่นคำทอง เมื่อมาถึงบ้านให้เดินเวียนขวารอบบ้าน 3 รอบ ระหว่างเดินเวียนก็จะโปรยเงินไปด้วย เมื่อเดินครบ 3 รอบแล้วหยุดยืนตรงบันไดหรือทางเข้าบ้าน ฝ่ายเจ้าของบ้านก็จะออกมาทักทายปราศรัยถามไถ่กับผู้ที่มาถึง โดยมีข้อความการสนทนากัน โดยฝ่ายเจ้าของบ้านจะเป็นผู้ถาม ดังนี้ ก่อนที่ตามั่นคำทองจะเข้าบ้านหรือขึ้นบ้าน ก็จะเดินมาเหยียบหินที่วางอยู่บนใบตองกล้วยก่อน เพื่อให้เจ้าของบ้านล้างเท้าให้ด้วยน้ำอบน้ำหอมที่เตรียมไว้ และบริวารผู้ที่หาบข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ มาก็จะนำมาวางรวมกันไว้ที่กลางห้อง ตามั่นคำทองก็จะเอาสิ่งและค้อนออกมาจากถุง ตอกสิ่วลงที่เสาขวัญ แล้วห้อยถุงที่บรรจุของมงคลต่าง ๆ ไว้เพื่อเป็นสิริมงคลจำนวน 7 วัน คำตอกสิ่งที่พระมหาปรีชา ปริญญาโณได้กล่าวไว้ คือ จากนั้นจะช่วยกันปูที่นอนให้ตามั่นคำทองนอน ขณะที่นอนจะห่มผ้าคลุมหัว คลุมเท้า และนอนกรน ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านก็จะนอนอยู่ข้าง ๆ ด้วย แล้วผู้ร่วมพิธีคนหนึ่งก็จะทำเสียงไก่ขัน 3 ครั้ง เสมือนว่าถึงเวลารุ่งเช้าที่จะต้องตื่นแล้ว ทุกคนก็จะตื่นขึ้นมา แล้วตามั่นคำทองก็จะบอกว่าเมื่อคืนฝัน โดยมีการเล่าความฝันตามที่พระมหาปรีชา ปริญญาโณ กล่าวไว้ว่า ตามั่นคำทองก็จะผูกด้ายหรือฝ้ายที่ข้อมือให้กับเจ้าของบ้าน เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าของบ้าน จากนั้นผู้ร่วมพิธีที่มาร่วมงานก็จะทยอยผูกข้อมือให้กับเจ้าของบ้านเช่นกัน เป็นอันเสร็จพิธี ผู้ร่วมพิธีก็จะรับประทานอาหารร่วมกัน ในพิธีขึ้นบ้านใหม่ บางครั้งก็จะจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับเจ้าบ้าน พิธีทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ร่วมไปด้วย ทั้งนี้ขึ้นกับความสะดวกและความต้องการของเจ้าของบ้าน ในพิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่แบบดั้งเดิมตามประเพณีอีสานนี้ บางพื้นที่พิธีกรรมนี้ก็ได้หายไปแล้ว หรืออาจมีการปรับเปลี่ยนขั้นตอนไปบ้างเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย บางที่อาจจะมีเพียงการทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ อย่างไรก็ตาม ล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขวัญ กำลังใจ และความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองให้กับตนเองและครอบครัว บรรณานุกรม ปรีชา พิณทอง. (2540). ประเพณีโบราณไทยอีสาน. อุบลราชธานี : ศิริธรรมออฟเซต. ขอขอบคุณ http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/esaninfo/?p=3891 เจ้าของข้อมูล |




