ReadyPlanet.com
dot dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


www.p-esan.com

 

 

                                    ข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์นี้ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่รู้จักกันในนามว่า ภาคอีสาน  ซึ่งเป็นดินแดนแห่งความแห้งแล้งแต่มากมีมากมายหลากหลายทางด้านวิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม  ความเป็นอยู่ที่ต้องต่อสู้ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความโหดร้ายของดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศที่ขาดความอุดมสมบูรณ์   จึงเป็นตำนานของคนอีสานเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด อยู่ได้ในสังคม จนกลายเป็นวิถีชีวิตความเชื่อ  ตลอดจนนำเสนอข้อมูลเกี่ยวแหล่งท่องเที่ยวในภาคพื้นอีสานทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเกิดจากการก่อสร้างด้วยน้ำมือของมนุษย์ตามคติความเชื่อ   ซึ่งลูกหลานชาวอีสานควรภาคภูมิใจ  เผยแพร่ สืบสาน อนุรักษ์เอาไว้ให้มีอยู่ในสังคมต่อไป

    เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดย นายประสม  บุญป้อง  ลูกหลานของชาวอีสานคนหนึ่งที่มีความรัก ภาคภูมิใจในความเป็นคนอีสาน ได้นำ ภาษาอีสาน  ขนบธรรมเนียม ประเพณี วิถีชีวิต  แหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ ในภาคอีสานมานำเสนอให้ผู้สนใจได้รับรู้ ตามสติปัญญาอันน้อยนิดที่มีเพื่อนำเผยแพร่ให้กับคนในทั่วทุกภาคได้มีโอกาสได้รับรู้ประเพณีวัฒนธรรมของชาวอีสานมากขึ้น



เลาะเลียบแดนอีสาน
น้ำตกห้วยจันทร์icon

 

 

 

    น้ำตกห้วยจันทร์ 

 

น้ำตกห้วยจันทร์  ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

 

Namtok Huai Chan

 

น้ำตกห้วยจันทร์ หรือน้ำตกกันทรอม มีต้นกำเนิดจาก เทือกเขาบรรทัด บริเวณเขาเสลา แล้วไหลลงสู่แม่น้ำมูล ที่อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เดิมภายในบริเวณมีต้นจันทน์แดง และจันทน์ขาวขึ้นอยู่หนาแน่น น้ำตกห้วยจันทน์เป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีน้ำตลอดทั้งปี บริเวณโดยรอบร่มรื่น ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด

 

น้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม) อำเภอขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 2236

More...
ปราสาทหินพิมายicon

 

 

 

 

ปราสาทหินพิมาย

More...
พระธาตุยาคู

 พระธาตุยาคู    กาฬสินธุ์

More...
วัดทุ่งเศรษฐี

 วัดทุ่งเศรษฐี

More...
ประเพณีบุญเข้ากรรม

ซอกหามาเว่าicon

สำมะปิสิเว่า

More...

ประเพณีอีสานicon

                                                                         ประเพณีอีสาน    

                                                            

ประเพณีแต่งงานแบบอีสาน

      การเเต่งงาน ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า กินดอง มีความหมายว่า จะดองเป็นวงศาคณาญาติต่อไปในกาลข้างหน้า ประเพณีนี้เป็นประเพณีรักระหว่างชายหนุ่มและฝ่ายหญิงสาวที่สมัครรักใคร่จะเป็นสามีภรรยากันคือเริ่มต้นแต่มีประเพณีกินดองการสู่ขอ การหมั้น และการแต่งงานประเพณีกินดอง เช่นในจังหวัดขอนแก่น พิธีนี้ฝ่ายชายจะขึ้นบนเรือนของหญิงตามลำพังสองต่อสองในยามค่ำคืน ในขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ผู้หญิงจะถือโอกาสทำงานไปด้วย เช่น ปั่นฝ้าย กรอไหมและทอเสื่อเป็นต้น จนกระทั่งทั้งสองมีความพึงพอใจซึ่งกันและกัน จนถึงขั้นพิธีสู่ขอ

 

 

 

                                                       

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง

อำเภอเมือง   จังหวัดสกลนคร

ช่วงเวลา เทศกาล

            วันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

ความสำคัญ

           งานแห่ปราสาทผึ้งในเทศกาลออกพรรษาของ ชาวอีสาน แม้ว่าจะมีอยู่ทั่วไปในหลาย จังหวัด แต่ก็ไม่จัดใหญ่โตและปฏิบัติต่อเนื่อง เช่นของเมืองสกลนครการพัฒนารูปแบบปราสาททรงโบราณ เป็นทรงตะลุ่ม ทรงหอฝึ้งแบบโบราณยังไม่พัฒนา เป็นรูปทรงปราสาทฝึ้งดังกล่าวย่อมเกิดแง่คิด ในหลายประเด็น โดยเฉพาะในด้านรูปแบบและเนื้อ หา ว่ามีการอนุรักษ์ประยุกต์ดัดแปลงหรือสร้างใหม่ อย่างไร ประเด็นดังกล่าวไม่ควรข้ามไป

เพื่อความ เข้าใจจึงขอนำเรื่องราวของปราสาทผึ้งมารื้อฟื้นให้ทบทวนกันโดยสรุปย่อ ดังนี้

         


 

 

 

                       

More...

เลาะเบิ่งพระธาตุแดนอีสานเหนือicon

 

 

 

 

 

พระธาตุพนม

อำเภอธาตุพนม   จังหวัดนครพนม

 

      พระธาตุพนม เป็นพระธาตุที่เก่าแก่ และเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยทั้งประเทศ เป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวลาวในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ประวัติความเป็นมากล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 8 ในแต่ละปีจะมีประเพณีงานนมัสการระธาตุพนมจะมีขึ้นตั้งแต่วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี และในตอนเช้าของวันออกพรรษาจะมีประเพณีการรำบรวงสรวงพระธาตุพนมที่บริเวณลานหน้าพระธาตุของประชาชนอำเภอต่างๆก่อนจะมีการไหลเรือไฟที่ลำแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนมในตอนกลางคืน

 

 

 

 

 พระธาตุท่าอุเทน

อำเภอท่าอุเทน   จังหวัดนครพนม

             พระธาตุท่าอุเทน รูปทรงของพระธาตุคล้ายพระธาตุพนม สูงจากพื้นดินถึงยอด 33 วา ฐานกว้างด้านละ 6 วา 3 ศอก พระอาจารย์ ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้างขึ้นเมืองปี พ.ศ. 2455 พระธาตุนี้เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง บรรจุ พระธาตุของพระอรหันต์ซึ่งพระอาจารย์ศรีทัตถ์ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าครับ การเดินทางไป นมัสการพระธาตุท่าอุเทนนี้ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 212 ไปยังอำเภอท่าอุเทน 26 กิโลเมตร ถึงที่ว่าการอำเภอ ท่าอุเทน ซึ่งอยู่ใกล้วัดพระธาตุท่าอุเทน และอยู่ตรงข้ามกับเมืองหินบูรณ์ แขวงคำม่วง สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว (เป็นเมืองประวัติศาสตร์ของอาณาจักรศรีโครบูรณ์ในอดีต)

   (ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊กภาพด้านบน)

 

 

 

More...

เลาะเบิ่งแดนอีสานicon

                                                        

ทุ่งดอกกระเจียว

อำเภอเทพสถิตย์    จังหวัดชัยภูมิ

        เมื่อถึงเวลาเริ่มต้นแห่งการจำพรรษาของพระภิกษุในแต่ละปีจะมาถึงนั้นจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเริ่มต้นของชีวิตอันงดงามไปด้วยสีสันของดอกไม้ในตระกูล Curcuma ชื่อ C.parviflora wall ที่เมื่อเหง้าซึ่งหลับใหลอยู่ใต้ดินถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสายฝนแห่งการเริ่มต้นพรรษา พืชชนิดนี้ก็จะแทงใบสีเขียวขึ้นเหนือพื้นสัก 3-4 ใบก่อนจะส่งช่อดอกสีเขียวไล่โทนหาชมพูสด อวดความงามตามออกมา นั่นคือ ดอกกระเจียว

 

 

 

                                 (ข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊กภาพด้านบน)

            

 

 

More...

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่3

สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3  ข้ามลำน้ำโขง ที่จังหวัดนครพนม

More...
ท่องแดนอีสาน

เถาวัลย์ยักษ์

บ้านทุ่งนาเมือง ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

เถาวัลย์ยักษ์ เป็นเถาวัลย์ที่มีขนาดใหญ่อายุราว 400 ปี มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร และมีตำนานเล่าขานที่น่าศึกษา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเครือไม้ต้องห้าม อยู่ใกล้กับน้ำตกทุ่งนาเมือง ราว 50 เมตร ซึ่งจะเห็นน้ำตกอยู่ด้านหลัง

More...


พระธาตุนาดูนicon

พระธาตุนาดูน  ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม อยู่แดนอีสานเหนือ 

More...
พระธาตุพนมicon

พระธาตุพนมตั้งอยู่ที่อำเภอธาตุพนม  จังหวัดนครพนม จะมีงานนมัสการประจำปีเดืนอช่วงเดือนสามของทุกปี

More...
อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะicon

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

 

More...
ปราสาทตาเมือนธม

 

 ปราสาทตาเมือนธม

ที่ตั้ง : ม.8 บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร

อำเภอ : พนมดงรัก

จังหวัด : สุรินทร์

พิกัด DD : 14.349195 N, 103.266641 E

เขตลุ่มน้ำหลัก : ชี

เขตลุ่มน้ำรอง : คลองตาโมง, คลองโอกรุ, ลำห้วยเสน

 

ปราสาทตาเมือนธม

More...
กู่สันตรัตน์icon

                                                                                                 กู่สันตรัตน์

อำเภอนาดูน  จังหวัดมหาสารคาม

More...
น้ำตกถ้ำบอนicon

น้ำตกถ้ำบอน

                                                วัดถ้ำบอน หรือวัดถ้ำบอนเจริญธรรม  

 

More...





บุญกฐินicon

 

 

ฮีตสิบสองประเพณีของชาวอีสาน

 

         " ฮีตสิบสอง " ชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคร่งครัดงานประเพณีซึ่งได้จัดทำขึ้นทั้งพิธีเกี่ยวเนื่องในทางศาสนา และพิธีของชาวบ้านรวมทั้ง12เดือน เรียกตามภาษาพื้นเมืองว่า " ฮีตสิบสอง " และมักจะกล่าวควบกันกับระบอบการปกครองโบราณของภาคนี้ซึ่งเรียกว่า " คองสิบสี่ " แล้วเรียกคู่กันไปว่า " ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ " ประเพณีแต่ละเดือนๆมีดังนี้ คือ

      1. บุญข้าวกรรม เป็นพิธีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ เพื่อการปฏิบัติขององค์ท่านให้พ้นจากอาบัติกิเลสต่างๆมีการให้ทานรักษาศีลภาวนาและแผ่เมตตากำหนดเวลาทำพิธีกันขึ้นในเดือนอ้าย

      2. บุญคูนลาน กำหนดพิธีในระหว่างเดือนยี่ เมื่อนวดข้าวในลานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเป็นทำบุญให้ทานเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวและหมู่บ้านก่อนที่จะบรรทุกข้าวเปลือกมาใส่ไว้ในยุ้งหรือฉางข้าวต่อไป

       3. บุญข้าวจี่ กำหนดพิธีกันในกลางเดือน 3 เฉพาะ " ข้าวจี่ " ก็คือข้าวเหนียวสุกนึ่งสุกแล้วมาปั้นเป็นก้อนอาจมีการทาไข่เพื่อเพิ่มความหอมแล้ว " อัง " หรือ " จี่ไฟ " ให้สุกอีกทีนึง ชาวบ้านจะรวมตัวกันทำที่หมู่บ้านหรือตามบ้านหรือไปรวมกันทำที่วัดเสร็จแล้วนำถวายให้พระภิกษุหรือสามเณรได้ขบฉันพร้อมกับอาหารคาวหวานอื่นๆ

        4.บุญพะเวส หรือ บุญมหาชาติ มีการฟังเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดก ถือว่าเป็นการทำบุญมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ พุทธศาสนิกชนไปร่วมทำบุญกันที่วัดกันอย่างมากมายงานบุญดังกล่าวนิยมทำกันระหว่างเดือน 4

        5. บุญสรงน้ำ กำหนดพิธีกันในเดือน 5 โดยตักน้ำเย็นที่ใสสะอาดประพรมด้วยน้ำหอมเจือแล้วนำไปสรงพระพุทธรูป พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ คือเริ่มตั้งแต่ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ไปถึง 15 ค่ำ เดือน 6 ความมุ่งหมายก็เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

อนึ่งการกุศลอื่นๆเนื่องในบุญสรงน้ำนี้ก็มีการก่อพระเจดีย์ทราย การปล่อยนกปล่อยปลาหรือสัตว์ที่มีชีวิต มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล เสร็จแล้วมีการเล่นฟ้อนรำขับรองและสาดน้ำกันเป็นที่สนุกสนาน

        6. บุญบั้งไฟ กำหนดพิธีขึ้นในระหว่างเดือน 6 เรียกอีกอย่างว่าบุญก็ได้ ความมุ่งหมายคือ ทำบุญกุศลที่วัดเสร็จแล้ว ตอนบ่ายก็จะมีพิธีจุดบั้งไฟเพื่อเป็นการบวงสรวงพระยาแถนเทวดาบนท้องฟ้าบันดาลให้ฝนตก เพื่อชาวนาจะได้ทำนาในฤดูต่อไป

        7. บุญซำฮะ คำว่า " ซำฮะ " ก็คือ " ชำระ " นั่นเองความหมายว่าต้องการชำระสิ่งที่รกรุงรังให้หมดมลทินเครื่องเศร้าหมองต่างๆโดยเฉพาะผ้านุ่ง ผ้าห่ม เครื่องใช้ที่สกปรกต้องซักฟอกชำระให้สะอาดด้วยการทำบุญให้ทาน เป็นต้นร่างกายและจิตใจจะได้ผ่องใสอยู่เย็นเป็นสุขเรื่อยไป

        8. บุญเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนจะไปร่วมทำบุญเยี่ยงประเพณีที่วัดมีเครื่องถวายสักการะที่สำคัญก็คือ การหล่อเทียนพรรษา โดยการสลักเทียนเป็นลวดลายตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามเพื่อประกวดประชันกันโดยแต่ละแห่งๆจัดขบวนแห่ขึ้นแล้วตรงไปยังวัดกำหนดตรงกับวันเพ็ญเดือน 4

        9. บุญข้าวประดับดิน กำหนดพิธีในวันแรม 14 ค่ำเดือน 9 ที่เรียกกันว่า " ข้าวประดับดิน " ก็โดยการนำเอาข้าวห่อ ขนมหวาน และหมากพลู บุหรี่ นำไปวางไว้บนพื้นดินตามที่ต่างๆเป็นการทำบุญอุทิศให้แก่ญาติพี่น้องที่ตายไปแล้ว

นอกจากนั้นเมื่อทำบุญดังกล่าวแล้วก็ยังได้มีการเลี้ยงอาหารกันในระหว่างครอบครัวและแจกจ่ายไปตามญาติมิตรที่เคารพนับถือทั้งหลายในวันนี้ชาวบ้านก็จะพากันเข้าวัดรักษาศีลฟังธรรมเทศนาอีกด้วย

      10. บุญข้าวสาก คำว่า " ข้าวสาก " ก็คือ " ข้าวสลาก " นั่นเอง พิธีนี้กระทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านได้นำข้าวต้ม ขนม เลี้ยงดูแจกจ่ายกันในตอนเพลของวันนี้ ชาวบ้านได้นำสำรับกับข้าวและเครื่องไทยทานเพื่อนำเข้าไปถวายพระภิกษุในวัด เขียนสลากบอกชื่อเจ้าของสำรับกับข้าวแล้วนำลงใส่บาตร พร้อมกับนิมนต์ให้พระภิกษุตลอดจนสามเณรเป็นผู้จับสลาก พระภิกษุองค์ใดถูกสลากของใครก็จะได้รับกับข้าวและเครื่องไทยทานของผู้นั้น

      11. บุญออกพรรษา ในวันนี้ก็เป็นโอกาสของชาวพุทธศาสนิกชนจะได้แสดงความเลื่อมใสในพระพุทธสาสนาครั้งใหญ่ ชาวบ้านและพระสงฆ์ตลอดจน สามเณรจะช่วยกันจัดทำไต้ประทีปขึ้นในวัดตรงหน้าพระอุโบสถ แล้วนำประทีปธูปเทียนมาจุดบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งตรงกับ 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นเวลา 3 วัน 3คืน

      12. บุญกฐิน ชาวบ้านได้พากันทำบุญกฐินหลังออกจากพรรษา ซึ่งถือตามคตินิยมในทางพระพุทธศาสนา นอกจากบุญกฐินแล้วก็ยังมีบุญทอดผ้าป่า โดยเฉพาะบุญทอดผ้าป่านี้ไม่ได้กำหนดตามกาลและเวลา คือ เจ้าของหรือเจ้าภาพกำหนดทำพิธีเมื่อไรก็ได้

ประเพณีทั้ง 12 เดือนนี้ พุทธศาสนิกชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังได้จัดพิธีทำบุญนี้ของแต่ละเดือนๆอย่างเคร่งครัด และถือเป็นประเพณีปฏิบัติกันเรื่อยมาจนเท่าทุกวันนี้

บุญกฐิน

 

ความหมายและความสำคัญ

          คำว่า  กฐิน”  เป็นคำภาษาบาลีหมายถึง  ไม้สะดึง”  คือไม้ที่ทำเป็นกรอบสำหรับขึงผ้าเวลาจะเย็บผ้า (สมัยก่อนช่วยให้เย็บผ้าได้สะดวกขึ้นพระสมัยก่อนการจะทำจีวรหรือผ้านุ่งห่มพระจะต้องนำผ้าเป็นชิ้น ๆ มาเย็บเป็นตา ๆ จำเป็นต้องใช้ไม้สะดึงขึงผ้าให้ตึงจะได้เย็บง่ายดังกล่าว  ดังนั้นผ้ากฐินคือผ้าสบง  จีวร  หรือผ้านุ่งหุ่มที่จะนำไปถวายพระนั้นเอง  บุญกฐินจึงคือบุญที่ต้องนำเข้าไปถวายพระเป็นสำคัญ

            บุญกฐินคือเป็นฮีตที่  12  หรือประเพณีสุดท้ายของฮีตสิบสองของชาวอีสาน  ที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาจะพึงกระทำในการกำหนด  หรือเป้าหมายรู้กันว่าจีวรที่ต้องนำไปถวายตามวัด

นั้น ๆ  ในกาลกำหนด  เพราะเหตุที่การทอดกฐินต้องทำในกาลและเวลาที่กำหนดเช่นนี้  เมื่อถึงกาลนั้นหรือถึงฤดูนั้น  หน้านั้น  เราจะเรียกกันว่าเทศกาลกฐิน  การทำเช่นนั้นจึงกลายเป็นกิจของสงฆ์อันต้องทำในจีวรกาล  ดังนั้นจึงมีการกำหนดของการทอดกฐินในระหว่างข้างขึ้นเดือน  12

            บุญกฐินนับเป็นบุญที่มีความสำคัญมากต่อชาวอีสาน  เนื่องจากชาวอีสานถือว่าเป็นบุญที่จะให้อานิสงส์แก่ผู้ทำบุญอย่างมากเพราะมีความเชื่อว่าจะได้ทำบุญกับพระที่อยู่จำพรรษาจนครบ

ไตรมาสถือว่าจะได้ถวายจีวรหรือกฐินให้พระที่มีความเพียรอดทนอยู่จำพรรษา  และบุญกฐินถือเป็นบุญที่อยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน  ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้เก็บเกี่ยวผลผลิตมีความภูมิใจกับจุดประสงค์ของตนเอง  โดยเฉพาะได้นำข้าวใหม่มาร่วมทำบุญจึงถือว่าการทำบุญในเดือนนี้ได้ผลานิสงส์มาก

มูลเหตุและความเป็นมา

            ในสมัยพระพุทธกาลมีพระภิกษุชาวเมือง   ปาฐาจำนวน  30  รูป  พากันเดินทางจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้า  ซึ่งเสด็จประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหารแต่เนื่องจากการเดินทางเป็นวันที่จวนใกล้กำหนดเข้าพรรษาทั้งหนทางระยะไกลและลำบากมาก  พระภิกษุเหล่านั้นจึงไม่สามารถไปให้ถึงพระเชตวันมหาวิหารได้ก็พอดีถึงกำหนดวันเข้าพรรษาเสียก่อน  พระภิกษุ  30  รูปจึงต้องหยุดจำพรรษาอยู่ที่เมืองสาเกตุ

            พอออกพรรษาแล้วพากันรีบไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแต่โดยเหตุที่หนทางไกลดังกล่าวและพอดีฝนตกจึงทำให้ผ้าจีวรของพระภิกษุเหล่านั้นเปียกน้ำและเปื้อนโคนมาก  พอไปถึงพระเชตุวันมหาวิหารก็พากันตรงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าทันที  พระพุทธเจ้าทรงเห็นพระภิกษุที่มาเฝ้านุ่งห่มจีวรเปื้อนเปรอะและจีวรที่ใช้ผลัดเปลี่ยนก็ไม่มี  เมื่อพระองค์ทรงเห็นความลำบากของพระภิกษุเช่นนั้น  จึงมีพระพุทธบัญญัติให้พระภิกษุสงฆ์แสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินได้มีกำหนด  1 เดือน  นับตั้งแต่วันแรม  ค่ำ  เดือนสิบเอ็ด  ถึงวันเพ็ญเดือนสิบสอง  จึงมีประเพณีทอดกฐินกันต่อ ๆ มา

            พระภิกษุที่สามารถจำพรรษาได้ครบไตรมาสและได้กรานกฐินแล้วย่อมได้อานิสงส์  ประการดังนี้

1.      อนามันตจาโร  เที่ยวไปในตระกูลที่ไม่ต้องอำลา  คือไม่เป็นอาบัติด้วยจารีตสิขาบท

2.      อสมาทานจาโร  เที่ยวไปโดยไม่ต้องเอาไตรจีวรด้วยก็ได้ไม่เป็นอาบัติ

3.      คณโภชน์  ฉันคณะโภชน์ได้ไม่เป็นอาบัติด้วยคณะโภชนะสิขาบท

4.      ยาวทัตถจีวร  จีวรตามต้องการเพียงไร  คือเก็บอดิเรกจีวรไว้ไม่วิกัปป์ไม่อธิษฐานเกิน 

10  วันได้ไม่เป็นอาบัติ

5.      โย    ตตฺถ  จีวรุปฺปาโท  โส  เสนํ  ภวิสฺสติ  จีวรลาภใดที่เกิดแก่พระสงฆ์ในโอกาสนั้น 

จีวรลาภที่เกิดขึ้นนั้น  จักเป็นของ ๆ ภิกษุทั้งหลาย

ขั้นตอนการดำเนินงาน

            ก่อนถึงวันงานทอดกฐิน  ชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาจะทอดกฐินจะไปเลือกหาวัดที่จะทอด  เมื่อหาได้แล้วก็จะไปจองไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ทางวัดรู้ตัวและมีเวลาเตรียมรับรองในวันทอด  ทั้งจะไม่เป็นการทอดกฐินซ้ำกันในวัดนั้นด้วย  วัดที่จองส่วนมากเป็นวัดที่อยู่ในหมู่บ้านอื่น  แต่บางที่ก็เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ชาวบ้านจะทำบุญก็มี

            เมื่อถึงวันทอดกฐิน  ชาวบ้านหรือผู้จะทำบุญกฐินตระเตรียมองค์กฐินที่จำเป็นต้องมีก็ได้แก่  ผ้าไตรจีวร  หรือผ้าสามผืนคือ  สบง  จีวร  และสังฆาฏิ  หรือ  อัฏฐบริขาร  ซึ่งได้แก่  ผ้าจีวร  ผ้าสังฆาฏิ  ผ้าสบง  สายรัดประคต  มีดโกนหรือมีดตัดเล็บ  บาตร  เข็มเย็บผ้าและธมกรม (เครื่องใช้กรองน้ำให้สะอาดนอกนี้อาจมีบริขารอื่น ๆ และเครื่องไทยทานสำหรับถวายพระ  ส่วนมากมีการบอกบุญให้ญาติมิตรและผู้รู้จักคุ้นเคยให้มาร่วมทำบุญด้วย  ก่อนจะนำองค์กฐินไปทอดมักมีการคบงันกันด้วยมหรสพต่าง ๆ แล้วแต่เจ้าภาพจะจัด

            พอรุ่งขึ้นก็เคลื่อนย้ายขบวนออกเดินทางไปสู่วัดที่จะทอด  กะเวลาให้ถึงวัดทันเลี้ยงเพลพระ  เสร็จจากการเลี้ยงเพลพระแล้วจะได้ทอดกฐิน  ถ้าเป็นวัดที่อยู่ระยะทางไกลก็ต้องเคลื่อนย้ายขบวนออกเดินทางไปแต่เช้ามืดเพื่อให้ทันเวลา  บางแห่งต้องเดินทางไปล่วงหน้าโดยนอนค้างคืนที่หมู่บ้านหรือวัดที่จะทอดกฐินหนึ่งคืน

            ขณะที่จะทำการทอดมักมีการแห่แหนกันคึกคักสนุกสนาน  ถ้าเป็นทางบกก็ไปโดยเดินเท้า  รถยนต์  และฆ้องเกวียน  เป็นต้น  ขบวนแห่จะมีกลอง  ฆ้อง  และเครื่องดนตรีอื่น ๆ และมีการร้องรำทำเพลงไปด้วย  ขณะองค์กฐินผ่านไปชาวบ้านจะมาคอยต้อนรับและนำปัจจัยมาร่วมบริจาคทาน  บางทีก็ร่วมขบวนแห่ไปด้วย

            เมื่อถึงวัดหากมีเวลาอาจทอดกฐินทันทีหรือไม่ก็จะจัดเลี้ยงพระเณรและเลี้ยงบรรดาผู้มาร่วมงานทอดกฐิน  โดยชาวบ้านเจ้าของวัดเป็นเจ้าภาพ  ได้เวลาทอดกฐินพระสงฆ์ลงโบสถ์  ผู้ไปร่วมงานบุญชุมนุมกันแล้วจัดขบวนแห่  มีคนเดินตามกันเป็นแถวยาวยืด  เสียงแห่ครึกครื้นไปทั่วบริเวณวัด  ทำประทักษิณเวียนรอบโบสถ์สามรอบแล้วจึงเข้าโบสถ์  ทำพิธีถวายผ้ากฐินและบริขารเป็นเสร็จพิธี

 

More...


ปราสาทโดนตรวลicon

ปราสาทโดนตรวล   อ.กันทรลักษ์  จ.ศรีสะเกษ

 



Copyright © 2010 All Rights Reserved.